รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม
ในตอนนี้ ท่านอนุตราจารย์ชิงไห่ จะอธิบายถึงพลังแห่งการอธิษฐาน และความจริงใจของมนุษย์ และความปรารถนาอย่างแรงกล้า ในสัจธรรมและความช่วยเหลือ จากเบื้องบนสามารถส่งผลต่อการ ปรากฏตัวของอาจารย์ได้อย่างไร(สุภาพบุรุษท่านนั้น เพิ่งถามคำถามเกี่ยวกับ วิธีการที่คนธรรมดาจะเลือกอาจารย์) (คำถามของผม ค่อนข้างซับซ้อนกว่านั้นครับ อาจจะเป็นในทางตรงกันข้ามก็ได้) ค่ะ (อาจารย์คนหนึ่งเลือกอย่างไร ไม่ใช่เลือกศิษย์ แต่เลือกประเทศ? เนื่องจากท่าน ได้กล่าวถึงดินแดนอมิตาภะ ดินแดนเพื่อสอน คำถามของผมคือ ในเมื่อท่านพูดได้หลายภาษา และเคยเดินทางไปทั่วโลก ทำไมท่านถึง เลือกไต้หวันเป็นสถานที่สอน แห่งแรกของท่านครับ? และสิ่งที่อยู่ในใจผมก็คือ คำถามที่ท่านเพิ่งกล่าวถึง ปัจจุบัน มีอาจารย์อยู่จำนวนมาก และผมต้องบอกท่านตามตรง ในฐานะคนธรรมดาคนหนึ่ง และในฐานะคนที่อยากจะคิด สมมติว่าผมรวบรวมความรู้ จากอาจารย์เหล่านั้นว่า ปัจจุบันพวกท่านอยู่ที่ไหน และศึกษาภูมิประเทศ ที่พวกท่านอยู่ ผมขอคำใบ้ได้บ้างไหมครับ? ดินแดนเหล่านี้ มีความคล้ายคลึงกันหรือไม่ และมีเหตุผลใดที่อาจารย์เหล่านั้น เลือกดินแดนเหล่านี้หรือไม่ครับ? ขอบพระคุณครับ) ใช่ ใช่ คุณเห็นไหม มันขึ้นอยู่กับความจริงใจ ของประชาชนในดินแดนนั้น ชาวไต้หวัน (ฟอร์โมซา) พวกเขามีความจริงใจ และบริสุทธิ์มาก พวกเขาอธิษฐาน ต่อพระเจ้าและพระพุทธเจ้า อย่างแท้จริงเพื่อขอความช่วยเหลือ แน่นอนว่ามีบางคนที่แสวงหา ความสะดวกสบายทางวัตถุ และทรัพย์สินทางโลก เพื่อสนองความต้องการ ทางโลกของตน ฯลฯ แต่ชาวไต้หวัน (ฟอร์โมซา) มีจิตที่บริสุทธิ์มาก พวกเขายังไม่ถูกทำให้เสีย หรือเสียหาย จากอิทธิพลอันเลวร้าย อารยธรรมต่าง ๆ มากนัก พวกเขาจึงบริสุทธิ์มาก และขอให้ฉัน มาช่วยพวกเขา พวกเขาถามตัวเองในใจ ก่อนที่ฉันจะมาถึง ดังนั้น แม้ก่อนที่ฉันจะไป ไต้หวัน (ฟอร์โมซา) หลายคนก็ได้เห็นฉันปรากฏตัว ในช่วงการทำสมาธิของพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ได้ฝึก สมาธิด้วยวิธีของฉัน พวกเขานั่งสมาธิกันอยู่แล้ว นั่งเงียบ ๆ อยู่ตรงนั้น แล้วพวกเขาก็เห็นฉันแล้ว ดังนั้น เมื่อฉันมาถึง พวกเขาก็จำฉันได้ นั่นหมายความว่า ฉันมีความผูกพันกับชาวไต้หวัน (ฟอร์โมซา) เป็นอย่างมาก มันง่ายแบบนั้น อาจจะในชาติก่อน ๆ แต่ที่จริงแล้ว พระพุทธเจ้า ไม่ได้เลือกอะไรเลย แค่บอกให้คุณ เข้าใจเฉย ๆ พระพุทธเจ้าเสด็จมา ตามปรารถนาของผู้คนแล้วยังมีคำถามอะไรอีก? คุณถามอะไรเหรอ? มีอีกไหม? แค่นี้พอหรือยัง? (มีครับ ผมกำลังคิดเปรียบเทียบ ดินแดนที่อาจารย์เลือก อย่างเช่น ผมอาจจะบอกได้ว่า ดินแดนเหล่านี้ อาจมีแต่ความทุกข์ยาก หรือว่ามันจะช่วยให้พวกเขา ได้ไปสู่ดินแดนของพระอมิตาภะ) เข้าใจ (แต่นั่นหมายความว่าท่านคือ…) นั่นคือเหตุผล ที่อาจารย์ มายังโลก ใช่ไหม? คุณหมายถึงอย่างนั้นใช่ไหม? โอ้ ทำไมจะไม่ล่ะ? เป็นเพราะผู้คนอธิษฐาน ผู้คนกล่าวกับพระเจ้าว่า "โอ้ โปรดส่งใครสักคนมารับเรา กลับบ้านด้วยเถิด" หรืออธิษฐานต่อพระเยซู (เจ้า) ว่า "โปรดช่วยเราด้วยเถิด?" หรืออธิษฐานต่อพระพุทธเจ้าว่า "โปรดช่วยเราให้พ้นจาก ความทุกข์ยากด้วยเถิด" ดังนั้นพระพุทธเจ้า หรือพระเจ้า หรือจิตสำนึกของพระเยซูคริสต์ จะส่ง “บางสิ่ง” มา และพระองค์ทรงปรากฏ ในรูปกายที่มีจมูก ตา และหู ทุกอย่าง เพื่อที่จะสนทนาโดยตรง กับผู้คนที่อธิษฐาน ด้วยความจริงใจในใจ และเสด็จมาเพื่อรับพวกเขา ไปทีละคน ทีละกลุ่ม ทีละประเทศ พวกเขาคัดเลือกผู้ที่กำลังภาวนา ต่อพระพุทธเจ้าหรือพระเจ้า หรือพลังของพระเจ้า บางครั้งพระเจ้าส่งคนมามากมาย บางครั้งพระพุทธเจ้าส่งมามากมาย บางครั้งพวกท่านก็ส่งมาเพียงไม่กี่คน เมื่อฉันบอกว่ามีอาจารย์หลายท่าน ฉันไม่ได้หมายความว่าเยอะขนาดนั้น ไม่มากนัก หมายความว่า มากกว่าหนึ่งหรือสอง หรือประมาณห้าหรือหก น่าจะเป็นจำนวนสูงสุด คงไม่เยอะขนาดนั้นหรอก คุณไม่ได้แค่เดินออกไปข้างนอก แล้วบังเอิญไปเจออาจารย์ คนไหนก็ได้ ไม่ ไม่ ไม่ อย่างมากก็ห้าหรือหกคน เชิญ เข้ามา(ที่ผ่านมา ความพยายามทั้งหมด ของเทพเจ้า หรือเทพธิดา หรือ ผู้ส่งสารของพวกท่าน หรือที่เรียกว่า "ศาสดา" ร่วมกับ ประวัติศาสตร์ เราพยายามแล้ว พยายามเล่า ที่จะทำให้จักรวาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกของเรา เป็นสถานที่ที่ดี โดยการยุติความทุกข์ทรมาน ทั้งทางกายและทางใจ สร้างสถานที่ที่ดีขึ้นมา ใช่ไหม? ณ ที่นี้รวมถึงสวรรค์ด้วย สวรรค์อันสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็น อาณาจักรของพระเจ้าหรือสถานที่ แห่งนิพพาน หรืออะไรก็ตาม - ที่เราได้พยายาม ณ ขณะนี้ เรารู้ว่า ยังไม่บรรลุเป้าหมาย หลังจากความพยายามอันยิ่งใหญ่ และยอดเยี่ยมทั้งหมด ที่เทพเจ้าพระองค์เอง หรือเทพธิดาพระองค์เองได้ทรงทำ รวมถึงทูตสวรรค์ และผู้นำที่ชาญฉลาดทั้งหมด บนโลกใบนี้ องค์กร และประเทศต่าง ๆ กลุ่มต่าง ๆ ที่รุ่งเรืองและล่มสลายไป โลกของเราในปัจจุบัน ก็ยังไม่สมบูรณ์ และบางทีตอนนี้เราอาจกำลังเข้าสู่ จุดจบของประวัติศาสตร์ เราไม่รู้ - ภัยพิบัติ เพราะศาสดาส่วนใหญ่ พยายามส่งสารมาถึงเรา บางครั้ง อาจเป็นข้อความที่ไม่ค่อยน่ายินดีนัก บางครั้งก็เป็นข้อความ เตือนสติอย่างรุนแรง ว่าหากเราไม่เรียนรู้ หากเราไม่ประพฤติตนอย่างถูกต้อง เราก็จะได้พบกับสิ่งที่เราสร้าง ขึ้นมาเอง นั่นก็คือสิ่งผิดบาป ซึ่งจะนำไปสู่ยุคสุดท้าย ของประวัติศาสตร์มนุษยชาติและตอนนี้ ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังนั้น ในสาขาของผมเอง ผมจึงต้องการตั้งคำถามกับท่าน ข้อกังวลของผมมีอยู่สองประการ ประการแรก ปัจจุบันนี้ มีความสำเร็จและผลงานที่โดดเด่น เกิดขึ้นในหลายด้าน ในหลายชุมชน ในบางพื้นที่ เช่นเดียวกับ ที่พระพุทธเจ้าทรงกระทำในอินเดีย และในปัจจุบันนี้ในไต้หวัน หรือประเทศต่าง ๆในเอเชียใต้ รวมถึงสถานที่ดีต่าง ๆ แม้กระทั่ง ศาสนาคริสต์ก็แพร่หลายไปบ้างแล้ว มีการสร้างโบสถ์จำนวนมากคำถามของผมก็คือ... ความแตกต่าง อยู่ที่วิธีการโดยรวมและวิธีการย่อย สิ่งที่ผมกังวลในตอนนี้ คือการเปลี่ยนแปลงโดยรวม ไม่ใช่แค่ ระหว่างชุมชนกับชุมชน หรือศาสนากับศาสนา อย่างที่ท่านพยายามสอนเรา ความแตกต่างระหว่างศาสนา ไม่มากนัก ความแตกต่างระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ก็ไม่มากนัก สิ่งที่ผมกังวลในตอนนี้คือ แนวทางที่เป็นสากล ครอบคลุม ทั่วโลก และครบถ้วน หมายความว่า เราต้องร่วมมือกับคนส่วนใหญ่ ของมนุษยชาติ ว่าเราหรือท่าน จะสามารถนำพามนุษยชาติกลุ่มนี้ กลุ่มโลกนี้ ไปสู่โลก แห่งความสุขร่วมกันได้อย่างไร ไม่ว่าเราจะเป็นคริสเตียน หรือพุทธศาสนิกชนก็ไม่สำคัญ เราไม่สนใจ สิ่งที่ผมรู้ในตอนนี้คือ การบรรลุธรรมคือการมีโลก ที่สมบูรณ์และยั่งยืนนี้ โดยเสียสละเวลาอันน้อยนิด หรือตัวตนอันน้อยนิด หรือประเทศ หรือชุมชนอันน้อยนิดของผม ดังนั้น สิ่งที่ผมกังวลก็คือ เราจะมีโลกแห่งสัจธรรม หรือการรู้แจ้งได้อย่างไร และเมื่อไหร่ ประการที่สอง คำถามของผมตอนนี้เกี่ยวกับอนาคต ในแง่ของศาสตร์แห่งอนาคต อาจารย์ทุกท่านพยายามบอกเราว่า อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึง ลัทธิขงจื๊อหรือลัทธิขงจื๊อใหม่ ลัทธิเต๋า หยินและหยาง อย่างเช่นคัมภีร์อี้จิง พวกเขา พยายามบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นผมไม่สนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผม หรือกับกลุ่มคนเล็ก ๆ หรือประเทศใด ประเทศหนึ่ง ผมสนใจว่าอะไร จะเกิดขึ้นกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา กับโลกใบนี้ ว่าเราจะประสบกับ หายนะที่นอสตราดามุสทำนายไว้ หรือไม่ อย่างที่หลาย ๆ คนทำนายไว้ อย่างเช่นที่ซานโฮเซ ตอนนี้ก็กำลังเผชิญกับ ผลกระทบจากแผ่นดินไหวอยู่เช่นกัน พวกเขาบอกว่าสักวันหนึ่งเราอาจจะ เผชิญกับหายนะที่ร้ายแรงกว่านี้ดังนั้น ท่านช่วยบอกเราได้ไหมครับ ว่าเราจะสร้างโลกแห่งความสุข ที่สมบูรณ์แบบ ครอบคลุม และทั่วถึงได้อย่างไร และเมื่อไหร่? มิเช่นนั้นแล้ว เราจะตายพร้อมกันเมื่อไหร่? ท่านช่วยบอกเราได้ไหมครับ? ขอบพระคุณครับ) ใช่ ฉันบอกคุณได้คำถามแรกของคุณคือ จะนำพามวลมนุษยชาติไปสู่ ความสุขได้อย่างไร ใช่ไหม? จะทำอย่างไรให้ทุกคนมีความสุข มวลมนุษยชาติทั้งหมดใช่ไหม? (ความสำเร็จระดับโลกจะเกิดขึ้นได้ อย่างไร ไม่ใช่ความสำเร็จส่วนบุคคล) ใช่ แน่นอน แต่ฉันไม่สามารถ บอกพวกเขาได้ว่าจะต้องทำอะไร ฉันไม่สามารถบอกประชาชนทุกคน นักการเมืองทุกคน และประธานาธิบดีของทุกประเทศ ได้ว่าควรทำอะไร พวกเขาไม่ยอมฟัง ดังนั้น คำถามจึงไม่ใช่ เรื่อง "จะทำอย่างไร?" มันคือ "ฉันจะบอกพวกเขายังไง?" มันยาก ยังไม่มีอาจารย์ท่านใด เคยทำได้เช่นนี้มาก่อน ใช่ ถูกต้อง เราสามารถพูดคุยได้เฉพาะ กับกลุ่มคนเหล่านั้น ที่ปรารถนาสัจธรรมอย่างจริงใจ เช่นเดียวกับคุณหรือผู้คนที่อยู่ที่นี่ เรื่องนั้นฉัน บอกพวกเขาได้แต่คำถามเล็ก ๆ ของผมตอนนี้ก็คือ เราจะเผชิญกับหายนะ ทางวัฒนธรรม หรือเราจะได้รับพร แห่งสวรรค์หรือนรกในอนาคตสำหรับ เผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรากันแน่?) งั้นฉันจะ... (เมื่อไหร่ครับ? อย่างไรครับ?) พรุ่งนี้ก็ได้ ถ้าคุณอยาก... พรุ่งนี้ในการประทับจิต ฉันจะแสดง ให้คุณเห็นอย่างน้อยที่สุดว่าสวรรค์ อยู่ที่ไหนและจะไปถึงได้อย่างไร ส่วนคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้มาหาฉัน ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ โปรดทราบว่าเราไม่สามารถ บังคับให้ใครไปสวรรค์ได้ เราต้องรู้เรื่องนั้น มิฉะนั้น พระเยซู (เจ้า) คงบังคับพวกเขาทั้งหมดเข้าสู่ อาณาจักรของพระเจ้าไปแล้ว พระพุทธเจ้าคงจะบังคับให้พวกเขา ทั้งหมดเข้าไปในดินแดนแห่งพุทธะ ไม่ เราสามารถใช้เหตุผล และโน้มน้าวใจโดยใช้ตรรกะเท่านั้น และถ้าผู้คนเชื่อ พวกเขาก็จะมาเองPhoto Caption: “หากใครสามารถรับรู้ถึง ความงามอันศักดิ์สิทธิ์ภายใน ก็ย่อมสง่างามอย่างยิ่ง ในทุกรายละเอียด!”











